วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

คุณตกหลุกรักใครอยู่, พิสูจน์ดู...

ถ้าหากคุณออกมาจากงานเลี้ยงที่วุ่นวาย
และอยากเดินกับเค้า 2 คน
.....คุณตกหลุมรักเค้า

พอคุณอยู่กับเค้า คุณแกล้งทำเป็นไม่สนใจ
แต่พอเค้าไม่อยู่ คุณก็มองหา
.....คุณตกหลุมรักเค้า

แม้จะมีคนอื่นที่ทำให้คุณหัวเราะอยู่
สายตาคุณก็มองอยู่ที่เค้า
.....คุณตกหลุมรักเค้า

พอดูรูปหมู่ คุณมองหาเค้า
(ดูว่าใครอยู่ข้างเค้า , ดูว่าเค้า เป็นไง)
.....คุณตกหลุมรักเค้า

คุณต้องเอาหูโทรศัพท์ออก เพราะเรียนหนัก
แต่ทำไม่ได้ถ้าหากเค้า จะโทรมา
.....คุณตกหลุมรักเค้า

ถ้าคุณตื่นเต้นกับอีเมลสั้น ๆ ที่เค้า ส่งมา
มากกว่าอีเมลของคนอื่นละก็
.....คุณตกหลุมรักเค้า

ต้องคอยบอกตัวเองว่า " เค้า เป็นแค่เพื่อน "
แต่ก็รู้ดีว่า ห้ามตัวเองที่จะคิดถึงเค้า ไม่ได้
.....คุณตกหลุมรักเค้า

และถ้าคุณอ่านข้อความนี้
แล้วมีใครผ่านเข้ามาในความคิด
....คุณตกหลุมรักเค้า

...ฮั่นแน่...คิดถึงใครกันอยู่เหรอ.....อิอิ

10 จุดต้อง ( ห้าม ) จับของสาวๆ

10 จุดต้อง ( ห้าม ) จับของสาวๆ  ถ้าผู้ชายอ่านให้เอาในวงเล็บออกก่อน

1.ฝ่ามือ  ไม่ว่าจะจับหรือเขี่ย
2.หู  ไม่ว่าจะจับ เป่าหรือแม้กระทั่ง.......เอานิ้วจิ้ม
3.แก้ม อย่าคิดแม้จะลูบ ไล้ หรือสัก 1 ฟอด  แต่ถ้ามันลูบมากๆก้อถามมันว่า  จะลูบหา....
4.ผม ไอพวกผู้ชายที่ชอบจับผมก่อน  มันจะค่อยๆลามจน.......บางทีมันอาจกระชากผมสาวๆด้วยความมันมือก้อด้าย
5. (ต้น)คอ  ไม่ว่าจะลูบจะไล้จะไซร้ ห้าม
6.แผ่นหลัง ไม่ว่าจะเกาหรือเขี่ย ห้าม ( มีคนถามว่า แล้วเอาน้ำแข็งลูบได้ป่ะ  อันนี้แล้วแต่จะคิดไมได้ห้าม )
7.Milks.....ใส่sด้วยเพราะว่ามี 2 ข้าง  อย่าแม้แต่มอง....แต่(แอบ)มองได้
8.ขา(รวมไปถึงต้นขา) เพราะดีไม่ดีสาวเจ้าอาจจะถวายแข้งให้ก้อด้าย  ( มีสาวๆถามว่า เขาไม่จับธรรมดา  เขาลูบด้วยหนู๋ควรจะห้ามเขาป่ะ  ขอตอบว่าถ้าอยากเสีย.....ก้อมิต้องห้าม )
9.ก้น  ของตายอยู่แล้ว ถ้ามันจับก้อแจกสักฉาดใหญ่ๆ  ( แต่มีมันบางตัวถวายแข้งสวนกลับมาก้อตัวครัยตัวมัน )
10.โอโบ๊ะจาม๊ะนั่นเอง  แน่นอน  โดนเป็นเสร็จ มันจะไม่จับอย่างเดียว   มันอาจจะชักดาบออกมาฟาดฟันให้สาวๆสูญเสียเอกราช

ทัสมาฮาล...อนุสรณ์แห่งความรัก

ขอต้อนรับสู่หัวข้อใหม่ของ web ความรัก คือ รักนี้มีตำนาน สำหรับบท ความแรกขอ เสนอเรื่องราวของ อนุสรณ์สถานอันเป็นสัญญลักษณ์ของ ความรัก นั้นคือ ทัสมาฮาล ด้วยความงามจากหินอ่อนและ สถาปัตยกรรมที่วิจิตร ตั้งบนฝั่งแม่น้ำยมนา ณ เมืองอัคราทางตอนเหนือ ของประเทศอินเดีย อันเกิดจากชายผู้ หนึ่งซึ่งเป็นถึงองค์จักรพรรดิองค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์โมกุล พระนามว่า ชาร์ จาฮาล ทรงสร้างเพื่อรำลึกถึง พระมเหสีองค์ที่ 2 ของพระองค์ พระนางมุมตัส มาฮาล อันมีกำเนิดเป็น หญิงสูงศักดิ์ชาวเปอร์ เซีย ซึ่ง
สิ้นพระชนม์ลงภายหลังประสูติพระโอรส องค์ที่ 14 ในขณะที่ทรงร่วมกับพระสวามีต่อต้านข้าศึก ที่เข้ามารุกราน ณ เมือง เบอร์แฮนเพอร์ เล่ากันมา การสิ้นพระชนม์ของพระนาง ทำให้ชาร์ จาฮาล โศก เศร้าเสียใจเป็นอันมา จนทำให้พระเกศาของพระองค์ ขาวโพลนในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น  

ความวิจิตรตระการตาของ ทัส มาฮาล ต้องใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 22 ปี แต่ผลสุดท้าย ชาร์ จาฮาล ก็ได้แต่เพียงยลโฉมความงามของทัส มาฮาล ผ่านช่องหน้าต่างในคุกเท่านั้น ณ ป้อมเมืองอัคราเท่านั้น

เมื่อครั้งแรกพบ พระนางมุมตัส มาฮาล หรือในพระนามเดิมว่า อาจูมานด์ บานู กำลังขายเครื่องประดับใน เทศกาลออกร้านครั้งหนึ่งอันถือเป็นขนบ ธรรมเนียมประเพณีที่เปิดโอกาสให้หญิงสูงศักดิ์มาขายเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆแก่ชายหนุ่มสูงศักดิ์ด้วยราคาที่แพงลิบลิ่วเพียงเพื่อให้ทั้งคู่ได้สานทอ สายใยแห่งรัก จนถึงขั้นหมั้นหมายและแต่งงานกัน

หลังจากการพบกันครั้งแรก จนก่อให้เกิดพระราชพิธีอภิเษกสมรสขึ้นใน วันที่ 30 เมษายน 1612 ชาว เมืองอัครเข้าร่วมเฉลิมฉลองในพิธีอย่าง โดยความปิติยินดีต่อองค์จักรพรรดิ เจ้าสาว พระชนมายุเพียง 19 ชันษา ได้รับพระราชทานพระนามใหม่เป็นพระนางมุมตัส มาฮาล อันเป็นชื่อวังแห่งหนึ่งขององค์จักรพรรดิ

ขณะที่พระนางมุมตัส มาฮาลดำรงพระชนม์ชีพอยู่นั้น ได้เคยขอสัญญาจาก ชาร์ จาฮาล ไว้ 4 ข้อ หาก พระนางสิ้นพระชนม์ลง คือ 1.ต้องสร้างทัสมาฮาลเป็นสุสานของพระนาง 2.ให้องค์จักรพรรดิ์อภิเษกสมรสอีกครั้ง 3.องค์จักรพรรดิควรมีราชกรุณาต่อเด็กๆ 4.ต้องเสด็จราชดำเนินไปยังทัส มาฮาลอันเป็นที่ ฝั่งศพของพระนางทุกๆปี

ภายหลังจากที่พระนางมุมตัสสิ้นพระชนม์ลง ชาร์ จาฮาล ทรงกระทบ กระเทือนพระทัยอย่างมาก ถึงกับงดการว่าราชการ ไม่ฉลองพระองค์ เยี่ยงกษัตริย์ เสวยอาหารพื้นๆและไม่ฟังดนตรี พระองค์ทรงเอาแต่กันแสง เส้นพระเกศาหงอกขาวอย่างรวดเร็ว ทรงเลิกเป็นผู้นำทัพไปปกป้องชาย แดน เอาแต่ประทับอยู่ในวัง มอบหมายให้ข้าราชบริพารไปทำกันหมด ความโศกเศร้าต่อการจากไปของนางอันเป็ที่รักกินเวลานานถึง 2 ปี

หลังจากนั้นพระองค์ทรงปฎิบัติตามสัญญาทรงก่อสร้าง ทัสมาฮาลในปี 1631 การก่อสร้างใช้เวลานานถึง 22 ปี ใช้คนงานและช่างฝีมือเกือบ 20,000 คน มีการขนหินอ่อนสีขาวจากเมืองโชตบุระ ที่ไกลประมาณ 100 ไมล์ นอกจากนี้ยังมีอัญมณีมีค่าประดับประดาสุสาน ตั้งแต่หินลายสีฟ้าจาก ลังกา หินสีเขียวจากรัส เซีย หินโมราจากกรุงแบกแดดและพลอยจาก ทิเบต ยังต้องใช้ช้างนับพันตัวเพื่อขนย้ายวัสดุอุปกณ์เหล่านี้
เข้ามา ทัสมาฮาลถือเป็นผลงานการออกแบบขั้นเอกอุจากสถาปนิกชาวอินหร่าน นามว่า อิทัส อูซา และ นอกจากความงามของสถาปัตยกรรมแล้ว สิ่งที่เสริมความงามของทัส มาฮาล นั้นก็คือ การเป็น "สัญญลักษณ์ของความรักชั่วนิรันดร์"

ทัส มาฮาล และสิ่งก่อสร้างรายล้อมแล้วเสร็จในปี 1652 เมื่อผู้มาเยี่ยมชมเดินผ่านความมืดออกจาก ซุ้มประตูโค้ง ก็จะเห็นสถาปัตยกรรมหินอ่อนสีขาว ผุดผ่องเป็นสิ่งก่อสร้างที่ได้สัดส่วนกลมกลืนกันอย่าง เหมาะเจาะ สายตาจะถูกชี้นำด้วยทางน้ำที่เป็นเส้น ตรงเพื่อให้พื้นที่ในระดับสายตาซึ่งเป็นที่ตั้งของสิ่ง ก่อสร้าง อันมีฐานรองรับเป็นหินทรายและหินอ่อน เบื้องบนเป็นโดมกลมชูยอดแหลมเสียดฟ้า รายล้อม ด้วยหอคอยยอดกลมตั้งขนาบตรงมุมทั้ง 4 ทิศ

ความงดงามของหินอ่อนสีขาวยามสะท้องแสงแดด ทั้งในอรุณรุ่งและ สายัณห์จะค่อยๆเปลี่ยนสีผิวของสิ่ง ก่อสร้างนั้นเป็นสีม่วง สีแดงกุหลาบ และสีทอง ท่ามกลางละอองหมอกในตอนเช้า สิ่งก่อสร้างดูเหมือน วิมานในหมู่เมฆ ราวกับกลุ่มละอองหมอกก่อรูปขึ้นมาให้กลมกลืนประดุจ เป็นองค์ประกอบเดียวกัน ยิ่งกว่านั้น ความตระหง่านทะมึนใต้แสงจันทร์ เต็มดวงของทัชมาฮาลดูสง่า เมื่อแสงที่สะท้อนจากตัวโดม เปล่งรัศมีดุจ ไอน้ำอีกทั้งยังสะท้อนแสงกระเพื่อมของน้ำจากสระรูปวงรี

ผู้มาเยือนเดินเลียบไปตามเส้นทางน้ำที่เรียงรายเป็นทิวแถวด้วยไม้สนไซเพร็ส ก็จะค่อยๆแลเห็นเนื้อผิว หินอ่อนที่ขาวผุดผ่องของตัวสุสานอันเป็นเจตนา ของผู้ก่อสร้าง มีลวดลายดอกจากงานฝีมือฝังมุก และลวดลายอาหรับผสม ผสานเข้ากับบทสวดจากคัมภีร์กุรอ่านจากรึกไว้เหนือประตูทางเข้าด้วยอักษรลายมือ เหนือขึ้นไปอีกเป็นโดมมหึมาสูงประมาณ 230 ฟุต เปล่งปลั่งอยู่ท่ามกลางแสงแดด เหมือนดอกไม้ตูม ขนาดยักษ์

ถึงแม้ ชาร์ จาฮาล ปฎิบัติตามสัญญาได้ทั้ง 3 ข้อ แต่ในข้อสุดท้ายนั้น พระองค์ไม่อาจปฎิบัติได้ เพราะว่า ในปี 1658 พระราชโอรสพระองค์หนึ่งของพระองค์ นามว่า ออรังเซบ ไม่อาจเห็นการใช้จ่ายเงินอย่าง ฟุ่มเฟือย อันก่อให้เกิดความเดือนร้อนต่ออาณาประชาราษฎร์ จึงทรงก่อการปฎิวัติแล้วจับองค์ ขาร์ จาฮาล คุมขังในป้อมเมืองอัครา ชาร์ จาฮาล จากที่เคยมีความสุขจากทรพัย์ศฤงคารมากเหลือคณานับ สุดท้าย บั้นปลายพระชนม์ชีพของพระองค์ ต้องประทับในที่คุมขังเป็นเวลานานถึง 8 ปี และสิ้นพระชนม์ลงในปี
1666 พระองค์ทรงได้แต่เพียงเขย่งพระบาทเกาะช่องหน้าต่างลูกกรงเหล็ก ทอดพระเนตรไปยังฝั่งตรง ข้ามของแม่น้ำยมนา เฝ้ามองสุสานของพระนางอันเป็นที่รัก ในที่สุดเมื่อองค์ ชาร์ จาฮาล สิ้นพระชนม์ลง พระศพของพระองค์ได้ถูกนำไปฝังเคียงข้างพระนางมุมตัส ภายใต้โดมหินอ่อนอันเป็นอนุสรณ์แห่งความ รัก นามว่า "ทัส มาฮาล"

50 เรื่องโรแมนติค เพื่อทำกับ แฟน

1. ดูพระอาทิดตกดินด้วยกัน
2. กระซิบถึงกันและกัน
3. ทำอาหารให้กัน
4. เดินท่ามกลางฝนตก
5. จับมือ
6. ซื้อของขวัญให้กัน
7. ดอกกุหลาบ
8. ถามว่าน้ำหอมสุดโปรดคือกลิ่นไหน และใช้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน
9. เดินริมทะเลตอนเที่ยงคืนด้วยกัน
10. เขียนกลอนให้กัน
11. การกอดคือยาที่ดีที่สุด
12. พูดว่า"รักเทอ" ตอนที่รู้สึกว่ารักจิงๆ
และทำให้เค้ารู้ว่าเรารู้สึกรักจิงๆ
13. ให้ของขวัญเล็กๆ ดอกไม้/ลูกอม/กลอน
14. บอกเทอ/เขา ว่าเทอ/เขา คือผู้หญิง/ผู้ชายที่คุณต้องการมากที่สุด
15. อยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
16. มองตากันและกัน.
17. (เฉพาะผู้ชาย) ดันคางเทอขึ้นเบาๆ มองตาเทอ
บอกว่ารักเทอมากที่สุด และจูบเทอเบาๆ "เบาๆ" ล่ะ
18. ในที่สาธารนะชน แค่จีบกันเฉยๆ อย่าทำอย่างอื่น
19. ใส่จดหมายรักในกระเป๋าเขา/เทอ เมื่อเทอ/เขาไม่เห็น

20. ซื้อแหวนให้เทอ(เฉพาะผู้ชาย)
21. ร้องเพลงให้กันและกัน
22. (เฉพาะผู้ชาย) โอบกอดเทอตรงสะโพกเสมอ
23. พาไปกินข้าว2ต่อ2
24. กินสปาเก็ตตี้ (เคยดูเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบมั๊ย)
25. (เฉพาะผู้ชาย)จับมือเทอ มองตาเทอ จูบมือเทอแล้ววางไว้บนหัวใจ
26. เต้นด้วยกัน
27. (เฉพาะผู้หญิง) เวลาอยู่ด้วยกัน นอนตักเขา
28. ทำเรื่องน่ารักๆ เช่น เขียนว่า "ฉันรักเทอ" ในโน๊ต
29. หาเรื่องมาเรียกเทอ/เขา ทุกๆ5นาที

30. ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน โทรไปหาเขา/เทอ และบอกว่า"ฉันรักเทอ"
31. โทรจากสถานที่ๆคุณไปเที่ยวและบอกว่าคุณคิดถึงเขา/เทอ เสมอ
32. จำฝันของคุณและเล่าให้เขา/เทอ ฟัง
34. บอกความกลัวและความลับสุดยอดของคุณให้เทอ/เขา ฟัง
35. ทำดีกับพ่อแม่ของเทอ/เขา
36. (เฉพาะผู้ชาย) ลูบผมออกจากใบหน้าของเทอเบาๆ "เบาๆ" ล่ะ
37. ไปเที่ยวกับเพื่อนของเทอ/เขา
38. ไปวัด/อทิฐาน/สาบาน ด้วยกัน
39. พาไปดูหนังโรแมนติคและจำส่วนที่เทอ/เขาชอบ
40. เรียนรู้กันและกัน และอย่าทำผิดแบบเดิมเกิน2ครั้ง
41. บอกว่าคุณรู้สึกดียังงัยที่ได้อยู่กับเทอ/เขา
42. เสียสละให้กันและกัน
43. รักกันมากๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก้อเลิกกันไปเลย
44. ทำให้ไม่มีนาทีไหนที่คุณไม่คิดถึงเขา/เทอ
45. รักตัวเองก่อนที่จะไปรักใคร
46. หัดพูดคำหวานๆในภาษาอื่น
47. ขอเพลงให้เขา/เทอ ในวิทยุ
48. หลับคาโทสับด้วยกัน
49. ปกป้องเทอ/เขา เมื่อคนอื่นพูดอะไรไม่ดีต่อเขา/เทอ
50. ห้ามลืมการจูบgood night และพูดว่า"ฝันดีนะ" เสมอ

ข้อคิดดีๆ จากยางลบ

สมัยเด็กๆ ครูสอนศิลปะท่านหนึ่งสอนฉันเสมอว่า
เวลาเราใช้ดินสอวาดภาพ เราห้ามใช้ยางลบ
ตอนนั้น ฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ของครูสักท่าไหร่
รู้แต่เพียงว่าเวลาฉันวาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยว 
ฉันก็อยากจะให้มันตรงสวย แต่ทุกครั้งที่ฉันหยิบยางลบขึ้นมาเพื่อจะลบภาพนั้น
ครูของฉันก็จะเตือนถึงกติกานั้นเสมอ
สุดท้ายฉันจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆนั้นไปตามจินตนาการ
เช่นถ้าฉันตั่งใจวาดรูปหน้าคน แต่ฉันอาจเผลอวาดตากลมโตเกินไป

ฉันก็จะใช้วิธีเปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน
แม้นตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจว่า ทำไมฉันจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ

และแม้นฉันจะไม่เคยคิดวาดรูป หน้าคนใส่แว่นมาก่อน
แต่ฉันก็ได้รูปหน้าคนตามที่ต้องการ แถมยังภูมิใจ
ว่า... สามารถวาดภาพๆนั้นด้วยความมั่นใจ
และไม่ต้องใช้ยางลบลบภาพเลยสักครั้ง
เวลาผ่านไป ฉันโตขึ้น ฉันเรียนรู้ว่า สิ่งที่ครูสอนวันนั้น
แท้จริงแล้วมันปลูกฝังนิสัยหนึ่งให้กับฉัน นั่นคือ...
การเข้าใจธรรมชาติของความผิดพลาด
ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของทุกคน
และในชีวิตหนึ่งก็มีหลายครั้งที่ฉันได้พบมันโดยไม่ตั้งใจ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันยอมรับความผิดพลาดเหล่านั้น
และรวบรวมสติเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆได้ ก็คือ...
การที่ฉันเข้าใจว่า ธรรมชาติของความผิดพลาด
คือ... การที่มันเกิดขึ้นแล้ว จะคงอยู่ถาวร

ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ ลบความผิดพลาด
แต่ฉันจำเป็นต้องใช้สมองต่อเติมแก้ไขภาพวาดของฉันให้สมบูรณ์ด้วยตัวเอง
ดังนั้น ถ้าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว การที่เราจะมานั่งร้องห่มร้องไห้
อ้อนวอนขอแหกกฎเพื่อใช้ยางลบกลับไปแก้ไขมันนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้

สิ่งเดียวที่จะทำได้ ก็คือ
รู้จักพลิกแพลงแก้ไขสิ่งเหล่านั้นด้วยสติ
และวาดภาพของตัวเองต่อไปด้วยความระแวดระวังมากยิ่งขึ้น
ทุกคนมีดินสอหนึ่งแท่งเพื่อที่จะวาดภาพชีวิตของเราให้สวยงาม
แต่เราไม่มียางลบสักก้อนที่จะเอาไปลบสิ่งที่เราทำผิดพลาดมาแล้วได้

ดังนั้น  เราต้องตั่งใจ และมีสติทุกครั้งที่ลากเส้น
ถึงแม้นภาพที่เราวาดออกมาจะไม่เหมือนกับภาพที่เราฝันไว้สักเท่าไหร่
แต่มันก็ออกมาจากมือของเรา เราควรจะภูมิใจกับมันได้เสมอ ไม่ต้องกลัวหรอก
แม้จะรู้ดีว่าสักวันหนึ่งเราอาจลากเส้นบิดเบี้ยวไปบ้าง
เพราะถึงอย่างไร ฉันยังเชื่อว่า.....
ถ้าสมองและหัวใจของเราทำงานอย่างเต็มที่
ภาพชีวิตเราก็งดงามได้โดยไม่ต้องใช้ยางลบ

หลัก(ทำ)ประจำใจ

วันนี้ขอเสนอหลักทำ 2 ข้อ คือ 'เอาวะ' กับ 'ช่างแม่ง'

ข้อที่ 1  เอาวะ
หลักทำ ' เอาวะ '
ใช้กับเหตุการณ์ที่จะตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง
เมื่อท่านจะคิดจะทำอะไรซักอย่างให้พูดคำว่า ' เอาวะ '
หลักทำ ' เอาวะ ' จะช่วยให้ท่านได้ลงมือทำตามปรารถนา

ข้อที่ 2 ช่างแม่ง
หลักทำ ' ช่างแม่ง '
ใช้เมื่อเกิดความผิดพลาด หรือผิดหวัง
เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือความผิดหวังขึ้นกับตัวท่าน ให้ท่านพูดคำว่า ' ช่างแม่ง '
หลักทำ ' ช่างแม่ง ' จะช่วยสลัดท่านออกจากความเศร้าหมองที่ท่านตอกย้ำตนเอง

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

บทที่ 18 การทำลิงค์เพื่อเปิดเป็นวินโด้ใหม่

<HTML>
<HEAD>
    <TITLE> นี่คือเว็บเพจแรกของฉัน </TITLE>
</HEAD>
<BODY>
    กรุณาเลือกหัวข้อที่ท่านต้องการ<BR>
    <UL>
       <!-- ลิ้งค์ภายในเว็บไซต์เดียวกัน แต่เปิดเป็นหน้าต่างใหม่ -->
       <LI><A HREF="justusers.net/" TARGET="_blank">http://icu2t.blogspot.com"</A></LI>
       <!-- ลิ้งค์ไปเว็บไซต์อื่น โดยเปิดเป็นหน้าต่างใหม่ -->
       <LI><A HREF="http://www.mthai.com" TARGET="_blank">Mthai.Com</A></LI>
    </UL>
</BODY>
</HTML>

ผลลัพธ์ที่ได้

กรุณาเลือกหัวข้อที่ท่านต้องการ
    * Welcome to http://icu2t.blogspot.com/
    * Mthai.Com

อธิบายคำสั่ง

<A    แท็กคำสั่งเริ่มต้นเพื่อบอกเบราส์เซอร์ให้รู้ว่านี่คือลิ้งค์
HREF="ชื่อไฟล์/ที่อยู่ URL"    ชื่อไฟล์/ที่อยู่เว็บไซต์ปลายทางที่ต้องการเชื่อมโยงไปถึง (ต้องระบุ)
TARGET="_blank"    กำหนดให้เปิดหน้าต่างเบราส์เซอร์ใหม่ เพื่อแสดงหน้าเว็บเพจปลายทาง (ตัวเลือก)
>    อย่าลืมปิดท้ายด้วยเครื่องหมาย ">" นี้ทุกครั้ง
ข้อความ    ข้อความที่ใช้แสดงว่านี่คือลิ้งค์
</A>    แท็กปิดท้ายข้อความลิ้งค์

PHP TEST THAILAND